Infopreneur อาชีพที่เปลี่ยนความรู้เป็นเงิน

Panutsaya Amitpai
man-coffee-cup-pen

INFOPRENEUR กับสิ่งที่ชอบ เราเชื่อว่าทุกคนก่อนที่จะเริ่มชอบอะไรเราว่าจะต้องมีความสนใจมันก่อน แล้วก็ไปศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับมัน บางทีก็หาจนเราเชี่ยวชาญกับเรื่องนั้นไปเลย แต่ใครจะรู้ละว่าสิ่งๆนี้เนี่ยมันสร้างเงินให้กับเราได้โดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำและบวกกับในยุคนี่แค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่างแทบจะไม่ต้องหักต้นทุนขายเลย บางคนที่เบื่องานที่ทำอยู่ บางคนก็รายได้ไม่พอ บางคนไม่ได้ทำงานในสายที่ตัวเองรัก แล้วทำไม … เราจะทำงานในสิ่งที่เราชอบ เรารัก เราเชี่ยวชาญโดยที่ได้ผลตอบแทนมาเป็นเงินไม่ได้

INFOPRENEUR คืออะไร ??

คือธุรกิจที่ขายความรู้ ประสบการ์ณ หรือข้อมูลที่เราเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ อาจจะต่อยอดมาจากสิ่งที่เราชอบ เราถนัด หรืองานที่เราทำเป็นประจำก็ได้ ถ้าสิ่งที่นั้นมาจากประสบการ์ณตรงเราจะเรียกว่า “ Result Expert ” คนที่ทำหรือปฎิบัติจนได้ผลลัพธ์แล้วนำมาบอกต่อ Ex. บิวตี้บล็อคเกอร์ ที่นำทริคเล็กๆที่ตัวเองลองแล้วดีมาบอกต่อคนอื่น ต่อมาหากเราศึกษาเรื่องนั้นๆจนเรารู้ทะลุปรุโปร่งและแม่นยำแล้วนำมาสรุปจะเรียกว่า “ Research Expert ”  Ex. ติวเตอร์ที่สอนพิเศษน้องๆ

เริ่มต้นอย่างไรให้ดีสำหรับ Infopreneur !!

ก่อนอื่นเลยเราไม่เชื่อว่าไม่มีใครไม่มีสิ่งที่ตัวเองชอบ ตัวเองถนัด ตัวเองนั้นทำเก่งในเรื่องนี้ เราต้องมีความรู้ ความสามารถในสิ่งที่ตัวเองถนัด ก่อนจะนำมันมาสร้างอาชีพ เพราะการคาดหวังจากสิ่งที่ผู้อ่าน ผู้ทำตาม  คนที่ต้องการเรียน หรือลูกค้านั้นก็ต้องการความถูกต้องจริงๆและเทคนิคดีๆในการทำ เราอาจจะค้นหาความชอบ การสนใจในการตลาดที่คนยังไม่ค่อยทำกันมากเท่าไหร่นัก ใช้สื่อออนไลน์ เว็ปไซต์เป็นตัวผลักดันให้คนรู้จัก เพราะในยุคนี้ความดัง > ความเก่ง

ลงทุนเยอะไหม?

การลงทุนในธุรกิจหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายว่าแพงไหม จะคุ้มค่าไหมกับการลงทุนไหม ความเสี่ยงเยอะน้อยแค่ไหน แต่ตรงข้ามกับธุรกิจขายความรู้เลย เพราะแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนต่ำมากและได้ผลผลิตกลับมาตรงกันข้าม เราไม่ต้องหักต้นทุนการขายเลยอย่างพวก

เงินเดือนพนังงานขาย ค่านายหน้า ค่าเช่าพื้นที่ แทบจะได้กำไรมาเพียวๆเลยล่ะ แต่จะมีเสียเพียงแค่ค่าโฆษณา

ในธุรกิจของเราบ้างบางส่วน จึงไม่ยากต่อการลงทุนเท่าไหร่นักไม่แปลกใจทำไมถึงกำลังเป็นกระแสอยู่ในยุคนี้และอีกอย่างการแปลงความรู้ให้เป็นทรัพย์สิน คือ สินค้าที่ไม่มีต้นทุนการผลิตนั่นเอง

ตัวอย่าง

  • การเป็นเทรนเนอร์ออนไลน์

คือ การที่เราให้คำปรึกษาหรือแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับการกิน การออกกำลังกาย ท่าออกกำลังกายให้ถูกวิธี และที่สำคัญคือประหยัดงับมากกว่าการไปจ้างเทรนเนอร์ที่ฟิตเนส

  • การจัดบรรยายหรือการจัดสัมนา

เช่น เราทำเค้กเก่งมากจึงอยากจะจัด workshop ทำเค้กขึ้นมารอบละ 10 คน คนละ2000บาท

ในรอบนั่นหากคนสมัครทั้งหมดเลย 10 คน เราก็สามารถหารายได้จากการสอนเค้กมาได้ 20,000 บาทเลยทีเดียว

  • การเป็นนักเขียนออนไลน์

เช่น เจ้าของเว็บไซต์บางคนเขียนเนื้อหาขึ้นเองไม่ได้อาจจะเพราะไม่มีเวลาเขียนหรืออะไรก็ตามแต่ จำเป็นที่จะต้องหานักเขียนมาเขียนเนื้อหาให้เป็นที่น่าสนใจและน่าติดตามเว็ปไซต์ของเขา

  • การสอนการพูด บุคลิกภาพต่างๆ

เช่น เราอาจะเป็นติวเตอร์ให้เขานัดตามสถานทีต่างๆไปสอน หรือจะติวออนไลน์วิดีโอคอลก็ได้

ให้คำปรึกษา ปัญหาการแก้ไขต่างๆที่ผู้เรียนนั้นเป็น

  • โรงเรียนสอนพิเศษออนไลน์

เช่น สถาบันสอนภาษา Angkriz ที่มี study online สำหรับนักเรียนที่อยู่ไกลจากเมืองสามารถดูวิดีโอออนไลน์ได้ในคอมพิวเตอร์

  • การสอนใช้งานโปรแกรมต่างๆ

เช่น การสอนโปรแกรมตระกูล Microsoft ทั้งหลาย Photoshop หรือโปรแกรม illustrator

สรุป

ในสถานการ์ณที่เศรษฐกิจบ้านเมืองไม่ค่อยดีนั้นอาจจะทำให้รายจ่ายเรามากขึ้นแต่รายได้เราเท่าเดิมทำให้มีการติดขัดกับการใช้เงิน สิ่งนี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับเรา อีกทั้งการลงทุนนั้นไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกับการลงทุน และยังเป็นการจุดประกายสำหรับคนที่ยังไม่มีไอเดียในการลงทุน สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวว่าตัวเองชอบอะไรนั้นเราก็ขอให้เจอสิ่งที่คุณชอบไวๆ

 

เรื่องอื่นๆ