Drop shipping คืออะไร เริ่มต้นยังไงดี ?

Panutsaya Amitpai
sunset-boat-sea-ship-37730
  • Drop shipping คืออะไร ?

  • ทำไมถึงต้อง Drop shipping ?

  • สิ่งที่ควรระวังใน Drop shipping

  • ตัวอย่าง Drop shipping

  • เริ่มต้นทำ Drop shipping ยังไง ?


Drop shipping คืออะไร เป็นหนึ่งในเส้นทางธุรกิจสำหรับคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์มาก หรือไม่ต้องการที่จะลงทุนในระยะเริ่มแรกมากเพราะกลัวที่จะขาดทุน แต่อยากจะลงทุนสร้างธุรกิจเพื่อหารายได้เสริมในช่องทางการเงิน Drop shipping ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณค่ะ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงความหมายของ Drop shipping ข้อดี ข้อเสียของ Drop shipping ตัวอย่างและขั้นตอนในการเริ่มต้นที่จะทำ Drop shipping กันค่ะ

Drop shipping คืออะไร ?

เป็นธุรกิจที่เรียกได้ว่าง่ายมากค่ะ เรามีหน้าที่แค่ทำการตลาดเพื่อให้คนมาซื้อสินค้าของเรา โดยที่เราไม่ต้องมาสต็อคสินค้าเอง มาคอยส่งสินค้าเอง ไม่ต้องถ่ายรูปสินค้าให้สวยงามเลย เพราะทาง Dropship Partner นั้นจะเป็นคนจัดการหามาให้คุณเองค่ะ คุณมีหน้าที่เพียงหาลูกค้าให้เขาเท่านั้น แล้วคุณจะได้เงินในการทำ Drop shipping ยังไง ? คุณแค่บวกส่วนต่างของราคาเพิ่มขึ้นค่ะหรือกำไรที่คุณต้องการ แต่จะบวกเพิ่มสูงจนโดดก็ไม่ได้ค่ะ จะทำให้ลูกค้าหนีไปเจ้าอื่นที่ขายสินค้าประเภทเดียวกับคุณได้ค่ะ

ทำไมถึงต้อง Drop shipping ?

  • เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์มาก

Dropshipping เป็นธุรกิจที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะลงทุน และหากมีกำลังเพียงพอก็อาจจะกังวลว่าหากลงทุนไปมากแล้วผลลัพธ์ที่ได้กลับมาอาจจะไม่ดีหรือขาดทุนค่ะ

  • ไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้ามาขาย

อย่างทีเคยกล่าวข้างต้นไปว่าคุณมีหน้าที่เพียงหาลูกค้า หรือ เป็นนายหน้า ให้เขานั่นเองค่ะ โดยคุณไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อสินค้าของเขามาขายเลยก็ได้เช่นกันค่ะ

  • ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญในสินค้านั้นๆ

คุณไม่ต้องกังวลในการขายสินค้าเลยค่ะ ว่าจะไม่มีความรู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้าที่คุณจะขาย ขอแค่คุณรู้จักสินค้าเบื้องต้นก่อนก็พอค่ะ เพื่อจะได้แนะนำลูกค้าได้ตอนขาย พอคุณขายไปนานๆแล้วคุณก็จะคุ้นเคยกับสินค้าของคุณไปเองค่ะ

  • ไม่ต้องสต็อค/ส่งของเอง

ธุรกิจที่เป็น Drop shipping เราไม่ต้องเสียเวลามานั่งสต็อคของ และนำไปส่งที่ปณ.ค่ะ เพราะหากเราหาลูกค้าหรือได้ลูกค้ามาแล้ว เรามีหน้าที่เองไปบอกที่อยู่ให้กับ Dropship Partner ค่ะ เหมาะกับคนที่อยากจะหารายได้เสริมแต่ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะมานั่งสต็อคของหรือเดินทางไปส่งของเองค่ะ

  • ไม่ต้องเสียเวลาถ่ายรูปสินค้าให้ดูดี

ข้อนี้คงเป็นปัญหาสำหรับหลายๆคนเลยค่ะ ไม่ว่าคนที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจหรือคนที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว เราคิดว่าปัญหานี้ทุกๆคนต้องเคยเจอมาค่ะ ไม่ว่าจะถ่ายรูปสินค้าออกมาไม่สวยบ้าง ดูไม่เป็นมืออาชีพบ้าง จนทำให้หมดความน่าเชื่อถือในสินค้าของเรา แต่สำหรับ Drop shipping แล้วนั้น ทางบริษัทจะมีรูปสินค้าและรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้ามาให้คุณพร้อมเลย โดยทีคุณไม่ต้องไปเสียเวลาถ่ายรูปหรือจ้างถ่ายรูปสินค้าเลยค่ะ

สิ่งที่ควรระวังใน Drop shipping

  • คู่แข่งในการค้าเยอะ

ธุรกิจ Drop shipping เป็นธุรกิจที่เข้าถึงได้ง่าย และเป็นที่สนใจสำหรับใครหลายๆคน เพราะว่าทำง่ายและไม่ต้องทำอะไรมากมาย จึงทำให้คนหันมาสนใจในธุรกิจนี้กันเยอะ  บางคนก็กลัวขายของที่คนไม่เป็นที่นิยมจะขายไม่ได้เลยเลือกไปขายสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่จึงทำให้มีคนขายแข่งกันเยอะขึ้นค่ะ

  • บริษัทที่ทำ Drop shipping โกงเงิน

สิ่งที่ควรระวังมากๆในการทำ Dropship คือการถูกโกงเงินค่ะ เพราะเรามีหน้าทีแค่เป็นนายหน้าในการหาลูกค้า เราไม่มีหน้าที่ส่งสินค้าและสต็อคสินค้า เราจึงไม่รู้ว่าทางบริษัท Dropship นั้นส่งสินค้าจริงไหม สินค้าถึงมือลูกค้าไหม หากไม่เป็นไปตามนั้นเราก็จะต้องชดเชยเงินให้กับลูกค้าไปแทน และเราก็จะกลายเป็นคนทีเสียประโยชน์ทั้งหมดแทนเลยค่ะ

  • สินค้าของบริษัทที่ทำ Drop shipping ไม่ได้คุณภาพ

หากสินค้าของบริษัทที่ทำ Drop shipping ไม่ได้คุณภาพ พอสินค้าถึงมือลูกค้าแล้วอาจจะทำให้ลูกค้ามองเราในแง่ลบได้ค่ะ ว่าทำไมเราส่งของที่ไม่มีคุณภาพให้เขา ทำไมสินค้าของเราไม่ได้มาตรฐานเลย แต่จริงๆแล้วลูกค้าอาจจะไม่รู้ว่าสินค้าที่ได้รับนั้นมาจากทางบริษัท เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิตหรือการบริหารใดๆเลยนั่นเองค่ะ

  • การเติบโตของธุรกิจเป็นไปได้ยาก

การเติบโตของธุรกิจ Drop shipping นั่นเป็นไปได้ยากค่ะ เพราะเนื่องจากมีคนทำเยอะแล้วเราจะต้องมีกลยุทธ์หลายๆด้านเลยค่ะ และจะต้องมีฐานลูกค้าที่ดีมากๆด้วย เพื่อไม่ให้ลูกค้าไปซื้อสินค้าและบริการร้านอื่นที่ถูกกว่าและดีกว่าได้ หรือคนทำเยอะจนมีการแย่งลูกค้ากันและกำไรได้ไม่มากเท่าที่ต้องการจนทำให้ล้มเลิกให้ในการขายไปในที่สุดค่ะ

ตัวอย่าง Drop shipping

เราจะมายกตัวอย่างให้คุณได้เห็นภาพง่ายๆเลยค่ะ เช่น เราทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าค่ะ เสื้อผ้าเราขายดีมากและอยากจะหาลูกค้าให้ได้มากกว่านี้จนเราคิดว่าถ้ามีตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต็อคสินค้าเองจะต้องมีคนสนใจมาสมัครเยอะแน่ๆเลย ก็เป็นไปตามคาดค่ะ มีคนมาสมัครตัวแทนจำหน่ายกับเรา โดยเรามีเงื่อนไขบ้างว่าถ้าหากสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายจะต้องเสียค่าสมัคร 100 บาทก่อนนะ ถึงจะสมัครได้ หรืออาจจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครก็ได้ค่ะ โดยเรามีรูปภาพสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่ายพร้อมกับรายละเอียดสินค้าเลย เพียงแต่ว่าตัวแทนจำหน่ายมีหน้าที่หาลูกค้ามาให้เราเท่านั้นเองค่ะและเราก็มีหน้าที่ส่งของให้ลูกค้าเช่นกันค่ะ

เริ่มต้นทำ Drop shipping ยังไง ?

1.ค้นหาบริษัทที่ทำ Drop shipping

ในข้อนี้ทุกคนจะต้องรู้แล้วค่ะว่าอยากจะขายสินค้าอะไร หรือยังไม่รู้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ โดยในขั้นตอนนี้เราจะหาก่อนค่ะว่ามีบริษัทไหนบ้างที่ทำ Drop shipping หรือสินค้าในดวงใจของเราแล้วก็ได้ เราสามารถไปค้นหาใน Google ได้เลยว่า ” Dropship + สินค้าที่ต้องการขาย ” หรือ ” รับสมัครตัวแทนจำหน่าย” สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี และอีกช่องทางหนึ่งก็คือ Instagram นั่นเองค่ะ อาจจะค้นหาคำว่า ” รับตัวแทนจำหน่าย” ก็จะมีร้านค้าหลากหลายร้านขึ้นมาค่ะ เราก็เลือกร้านที่เราชอบได้เลย

2.ตกลงเงื่อนไขในการทำ Drop shipping

พอเราเลือกร้านที่จะต้องการขาย Drop shipping ได้แล้วใช่ไหมคะ ต่อมาเราก็จะต้องพูดคุยหรือตกลงเงื่อนไขในการทำ Dropship ค่ะ ว่าหากเราต้องการจะเป็นตัวแทนจำหน่ายจะต้องทำอย่างไรบ้าง มีเสียค่าสมัครไหม เงื่อนไขข้อตกลงมีอะไรบ้าง ต้องทำยอดสินค้าไหม ข้อนี้สำคัญค่ะควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตกลงนะคะ

3.เริ่มต้นการขายสินค้า

พอเราตกลงเงื่อนไขในการขายสินค้าได้แล้ว ต่อมาก็คือเริ่มต้นการขายเลยค่ะ อาจจะมีการสร้างร้านขายสินค้าใน Page Facebook  , Instagram และ Twitter ได้ค่ะ หากเราได้ลูกค้ามาแล้วและลูกค้าทำการโอนเงินมาให้เรา เราก็มีหน้าที่โอนเงินในราคาที่บริษัทตกลงไว้ค่ะว่าเขาจะขายในราคานี้ แต่กำไรที่เราบวกเพิ่มเราไม่ต้องโอนนะคะ เก็บไว้เป็นรายได้ของเราแทนค่ะ และพอโอนเงินให้ทางบริษัทเสร็จแล้วเราก็ส่งที่อยู่ของลูกค้าให้ทางบริษัทเพื่อจัดส่งสินค้าเป็นอันเสร็จสิ้นค่ะ


สรุป

การเริ่มต้นสร้างธุรกิจเราไม่จำเป็นต้องมีเงินมากมายในการสร้าง แต่ก็ต้องคำนึงด้วยค่ะว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ได้มาแบบฟรีๆ สิ่งที่ได้มาง่ายก็อาจจะเสียไปง่ายเช่นกันค่ะ เหมือนกับธุรกิจแบบ Drop shipping นี้แหละค่ะที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถึงแม้ว่าข้อดีจะเยอะก็จริงแต่ใช่ว่าข้อเสียนั่นจะไม่ร้ายแรงเลย ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนค่ะว่าจะยอมรับความเสี่ยงของแต่ละธุรกิจได้ไหม

 

 

เรื่องอื่นๆ