เริ่มต้นธุรกิจ ของคุณด้วย 7 โอกาส ในการสร้างธุรกิจ

Natthawut Phurahong
pexels-photo-210578
  • โอกาสทั้ง 7 ในการสร้างธุรกิจขายของ ไม่ว่าจะออนไลน์ หรือร้านค้า
  • การสร้างแบรนด์จากความชอบส่วนตัว หรือความต้องการของลูกค้า
  • ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการ หรือแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค
  • การใช้ช่องว่าง และกระแสในโลกออนไลน์ เพื่อสร้างธุรกิจใหม่

ในบทนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ 7 โอกาส ในการสร้างธุรกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่คุณควรที่จะต้องรู้ และเข้าใจความหมายของโอกาสทางธุรกิจประเภทต่าง ๆ ซึ่งโอกาสทางธุรกิจทั้ง 7 นี้จะเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ ว่าสินค้าตัวไหน เหมาะที่จะนำมาขายมากที่สุด

    อย่างแรก เรามาดู 7 ประเภท ของโอกาสทางธุรกิจทั้งหมดกันก่อน แล้วหลังจากนั้นเรามาพูดถึงรายละเอียดในแต่ละประเภทกัน

  1. วิเคราะห์คีย์เวิร์ด จาก Google
  2. สร้างแบรนด์ที่มีจุดเด่น และมีความน่าสนใจ
  3. พบปัญหาของผู้บริโภค และขายผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหานั้นได้
  4. สินค้าที่สนองความต้องการของผู้บริโภค
  5. ช่องว่างในตลาด
  6. ใช้ประสบการณ์ และความชำนาญของคุณเองฃ
  7. ใช้ประโยชน์จากกระแสต่าง ๆ ในช่วงเริ่มต้น

    ในแต่ละโอกาสข้างต้น ก็จะเกี่ยวข้องกับความคิดและวิธีการที่แตกต่างกันไป เรามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันทีละข้อดีกว่า

1. วิเคราะห์คีย์เวิร์ดจาก Google

    ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีตลาดค้าขายออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee, Kaidee, 11Street, Facebook, Instagram และอีกมากมาย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีผู้บริโภคจำนวนมาก หาสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ผ่านการค้นหาด้วย Google หรือจะเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ ก็แล้วแต่ ซึ่งหมายความว่านี่ยังเป็นโอกาสที่ดีอยู่เสมอ และมีความยั่งยืนในระยะยาว

    เป้าหมายของเราในตอนนี้ก็คือใช้ประโยชน์จาก Google ในการมองหาโอกาสทางธุรกิจ หรือช่องทางการค้าขายออนไลน์ จากคำค้นหาที่ผู้ใช้ ค้นหาใน Google หลังจากนั้นเราก็จะมาดูกันว่าคำค้นหาไหนที่มีการค้นหาเยอะ และมีคู่แข่งต่ำ ซึ่งในการหาสินค้าจากวิธีนี้อาจจะดูซับซ้อนไปบ้างสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดการใช้คอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเรียนรู้ (สำหรับการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดคุณผู้อ่านควรที่จะต้องมีความรู้เรื่อง การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดเบื้องต้น กับเรื่อง SEO พื้นฐาน เสียก่อน)

ยกตัวอย่างเหตุการณ์สมมติ

    สมมติว่าคุณมีความสนใจเกี่ยวกับ ทุเรียนอบแห้ง หรือ ทุเรียนฟรีซดราย ถ้าจะลองวิเคราะห์แบบง่ายๆสุด ก็ลองเอาคำว่า “ทุเรียนอบแห้ง” หรือ “ทุเรียนฟรีซดราย” ไปค้นในกูเกิลดู ว่ามีร้านค้า หรือผู้ขายไหนปรากฏในผลการค้นหาหน้าแรกไหม ถ้าเกิดว่ามีจำนวนมาก ก็แสดงว่ามีความยากแล้ว ก็ลองเอาสินค้าอื่นๆที่คิดออกไปค้นต่อไป เช่น คุณอาจจะสนใจ น้ำทุเรียนแช่แข็ง ก็เอาคำว่า “น้ำทุเรียนแช่แข็ง” ไปค้นหาดู ถ้าปรากฏว่าไม่มีคู่แข่งอยู่เลย แสดงว่าตลาดนี้ว่างแล้ว พร้อมให้เราเข้าไปครอบครอง ก็เก็บคำค้นหานี้ไว้เลย เป็นตัวเลือกหนึ่ง ในการค้นคว้า แล้ววางแผนธุรกิจต่อไปได้เลย (ย้ำอีกครั้งว่าที่ยกตัวอย่างมา เป็นเรื่องสมมติ) ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งใน โอกาส ในการสร้างธุรกิจ

 

2. สร้างแบรนด์ที่มีจุดเด่น และมีความน่าสนใจ

    สิ่งที่ต่างจากข้อก่อนหน้า ก็คือการสร้างแบรนด์ หมายถึงการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แก่ผู้บริโภค การสร้างแบรนด์ คือการสร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์หรือสินค้า หาความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อื่น ๆ สร้างจุดเด่นให้กับแบรนด์ตนเอง เช่น แบรนด์ของคุณอาจจะเป็นงานแฮนด์เมด หรือ ใช้วัตถุดิบที่ไม่เหมือนใคร อย่างนี้เป็นต้น โดยวิธีการเหล่านี้จะสามารถสร้างจุดแข็งให้กับธุรกิจของคุณได้ ถึงแม้คุณจะเลือกเดินในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงก็ตาม

ยกตัวอย่างการสร้างแบรนด์

    สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการที่จะสร้างแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้เป้นที่จดจำสำหรับผู้บริโภค หรือผู้ที่อาจจะมาเป้นลูกค้าของเรานั้น สิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงไม่ได้มีเพียงแค่การสร้างความแตกต่างดังที่กล่าวไว้ข้างต้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงการใช้งานของผู้บริโภคสินค้าของคุณด้วย ที่บางครั้งคุณเองก็มักจะคาดไม่ถึง ไม่เชื่อคุณลองคิดถึงของใกล้ๆตัวคุณสิว่ามีอะไรบ้างที่คุณคิดว่าของมันก็ดีนะ แต่น่าจะ…. ตรงนี้หน่อย น่าจะ… ตรงนั้นหน่อย ดังนั้นถ้าคุณมีไอเดียจะสร้างแบรนด์อะไร ก็อย่าลืมที่จะทดลองใช้เอง หรือนำไปให้คนอื่นใช้แล้วรับความคิดเห็นกลับมาก่อนนะครับ

– น้ำมันมะพร้าวน้ำหอมสกัดเย็น Native

    แบรนด์น้ำมันมะพร้าวน้ำหอมสกัดเย็น ซึ่งประสบความสำเร็จได้เพราะความแตกต่างจากคู่แข่ง ทั้ง ๆที่ในขณะที่แบรนด์นี้เกิดขึ้นมา ก็มีแบรนด์อื่น ๆ ที่ทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเกิดขึ้นมาก่อนแล้วเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้ประสบความสำเร็จจนสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้ ก็คือการที่แบรนด์นี้มีเรื่องราวของแบรนด์ และมีความแตกต่างในลักษณะของตัวผลิตภัณฑ์ เช่น การใช้มะพร้าวน้ำหอม มาสกัดซึ่งทำให้ได้กลิ่นที่ดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในขณะนั้น รวมถึงการคำนึงถึงผู้บริโภค โดยการใส่หลอดปั๊มมาด้วย เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งแบรนด์อื่น ๆ ในขณะนั้นไม่มีใครทำมาก่อน นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์นี้สามารถประสบความสำเร็จได้ภายในระยะเวลาไม่นานนั่นเอง

 

3. ขายผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคได้

    อีกหนึ่งโอกาสที่เรียกได้ว่าถ้าคุณเจอโอกาสนี้ โอกาสในการประสบความสำเร็จคุณมีสูงแน่นอน เพราะว่าผู้บริโภคที่มีปัญหา พวกเขาก็ย่อมต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาให้เขาได้ บางครั้งจุดที่เป็น pain point ของผู้บริโภค ไม่ได้หมายถึงปัญหาที่แก้ไม่ได้อย่างเดียว บางครั้งอาจจะหมายถึง การบริการที่น่าผิดหวัง, เสียเวลานาน, ไม่สะดวกสบาย เป็นต้น

ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาให้ผู้บริโภค

– บริการเรียกรถโดยสาร โดย Uber

    บริการเรียกรถโดยสารด้วยสมาร์ทโฟน เกิดขึ้นมาจาก pain point ที่ว่าการเรียกรถแท็กซี่แบบเดิมเต็มไปด้วยความไม่สะดวกสบาย ทั้งการเรียกแล้วไม่ไปตามสถานที่ ที่เราต้องการไป หรือการบริการที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะไม่มีการควบคุมการบริการ หรือบางครั้งก็ไม่มีแท็กซี่ผ่านมาเลยสักคันเดียว นี่ถือเป็นจุดกำเนิดของ Uber ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ จากนั้นก็มีผู้ใช้เติมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุเพราะว่าผู้คนมากมายก็ประสบปัญหานี้ และพร้อมที่จะจ่ายเงิน เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับตนเอง

– Dry Shampoo หรือ แชมพูแบบแห้ง

    แชมพูแบบแห้ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่ผมมัน ซึ่งตามปกติแล้วแชมพูปกติ ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่จุดที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คือการสระผมปกติ ต้องใช้เวลาในการสระ และรอผมให้แห้ง ก่อนที่จะออกจากบ้านได้ และอีกจุดนึงก็คือ เราไม่สามารถที่จะสระผมนอกบ้านได้ จุดนี้ทำให้ แชมพูแบบแห้งสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะว่า ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ในการสระผม เพราะว่าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าผมคุณมัน คุณก็สามารถที่จะสเปรย์ผมของคุณได้เลย ไม่ต้องกลับบ้านเพื่อสระผม และอีกข้อนึงก็คือสามารถประหยัดเวลาได้มาก เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องรอให้ผมแห้ง เพียงแค่ฉีดสเปรย์ไปไม่กี่นาที ผมคุณก็พร้อมที่จะสลวยสวยเก๋ทันที

 

4. สินค้าที่สนองความต้องการของผู้บริโภค

    มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเลย ที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อสนองตัณหาของตนเอง ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ลองมองตัวอย่างง่าย ๆ เช่น นักปั่นจักรยาน นักปั่นหลาย ๆ คน จ่ายเงินไปมากกว่าแสนบาทเพื่อจักรยานที่เขาใช้ปั่น และอีกหลายหมื่นบาท ในการซื้ออุปกรณ์จักรยานอื่น ๆ อีก ด้วยเหตุผลเพื่อการลดน้ำหนักลงแบบคำที่พูดกันในวงการว่า “ขีดละหมื่น โลละแสน” เป็นต้น หรือจะเป็นการลงทุนจ่ายเงินเพื่อที่จะครอบครองจักรยานแบรนด์ในฝัน ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลในการจ่ายเงินที่แตกต่างกันไป

ตัวอย่างแบรนด์ที่สร้างขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภค

– Merman จำหน่ายหางนางเงือกคุณภาพสูง

    ธุรกิจนี้เจ้าของธุรกิจ เริ่มธุรกิจของเขาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย โดยเขาเริ่มต้นการจากที่ตนเองหลงไหลการเป็นนางเงือกมาตั้งแต่เด็ก จนได้เริ่มทำ Youtube เกี่ยวกับสินค้าประเภทนี้ เพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับผู้ชม ทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีการสอบถามการหาซื้อสินค้า จากแฟนคลับ ก็เริ่มให้คำปรึกษาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเริ่มตัดสินใจเริ่มต้นเสี่ยงทำธุรกิจขายสินค้าชนิดนี้ด้วยตนเองเลย โดยที่ใช้เพียง Facebook และ Youtube เป็นช่องทางการตลาด และใช้ตัวเขาเองเป็นผู้โปรโมทสินค้า ทำให้เขาเองมีรายได้ มากกว่า 2 – 3 หมื่นบาท ต่อเดือน ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปี 1

 

5. โอกาส ในการสร้างธุรกิจ จากช่องว่างในตลาด

    การใช้โอกาส หรือช่องวางในตลาดนั้น โอกาสที่พูดถึงในข้อนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่เราพบเจอปัญหา หรือข้อปกพร่องในบริการ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆในท้องตลาด ที่เราคิดว่าเราสามารถแก้ไข และทำให้ดีขึ้นได้ โยจะต้องตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าในอนาคตของเราได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่เราพบปัญหา ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่คุณจะปรับปรุงขึ้นมาใหม่นั้น บางครั้งอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีคู่แข่งเลยก็ได้ เป็นจุดขายที่แตกต่าง ทำให้คุณสามารถยืนได้ในตลาด โดยที่ไม่ต้องแข่งกันกับผู้ค้ารายอื่น กลายเป็นตลาดที่คุณคุมเกมได้คนเดียว

วิธีการหาช่องว่างในตลาด

– หมั่นอ่านรีวิวสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

    การที่จะสามารถหาช่องว่างที่เกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องลงทุนใช้แรงกายนิดหน่อย อย่างง่ายๆก็คือการใช้อินเทอร์เน็ต ในการค้นหาข้อมูล รีวิวสินค้าจากผู้บริโภค ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปมากๆ สามารถใช้กูเกิลในการค้นหาได้เลยเป็นส่วนใหญ่ๆ แต่บางสินค้า หรือผลิตภัณฑ์บางอย่าง ก็อาจจะต้องเข้าไปอ่านตามกลุ่มของคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์นัันๆ เพื่อหาข้อมูลภายใน ซึ่งตามกลุ่มบน Facebook ก็สามารถเข้าไปหาอ่านได้มากมายเช่นกัน

– เดินตลาด เดินซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือเดินตามงานแฟร์ต่างๆ บ่อยๆ

    จุดนี้คุณจะต้องทำตัวเป็นคนที่มีความขี้สงสัย ขี้สังเกตนิดหน่อย เพราะว่าคุณจะต้องเดินหาผลิตภัณฑ์ในแบบที่คุณสนใจ แล้วก็สังเกตถึงจุดเด่น จุดด้อยของผลิตภันฑ์ที่วางขายอยู่ แล้วนำมาคิดถึงผลิตภันฑ์ตนเอง ว่าจะสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง ที่จะทำให้ดีกว่า หรือน่าสนใจมากกว่า แต่โดยปกติแล้วการใช้วิธีการนี้ จะเหมาะสมกับการสำรวจด้านหน้าตาผลิตภัณฑ์เป็นหลักมากกว่า เพราะเราไม่ได้ซื้อของมาใช้ แต่ก็ทำให้เห็นว่าสินค้าบางอย่าง ขายราคาเท่านี้ กับหน้าตาสินค้าแบบนี้ ถ้าเราสามารถปรับปรุงให้ดูดี ดึงดูดมากกว่านี้ ด้วยการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ เราจะสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าชิ้นนี้ไปได้เท่าไหร่ แล้วจะสามารถแย่งส่วนแบ่งมาจากสินค้าชิ้นนั้นได้ไหม หรือว่าจะพัฒนาไปจนเปิดตลาดกลุ่มใหม่เลย

 

6. ใช้ประสบการณ์ และความชำนาญของคุณเอง

การใช้ประสบการณ์ และความชำนาญเอง ก็เป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งกันได้มากเช่นกัน เพราะกว่าความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ไม่สามารถสร้างได้ในเวลาอันสั้น จึงถือว่านี่เป็นจุดแข็งเลยทีเดียว สำหรับคนที่สามารถค้นหาแล้วเจอ ว่าตนเองมีความชำนาญกับเรื่องอะไรเป็นพิเศษ แล้วก็ริเริ่มทำธุรกิจ จากความชำนาญของเขา เพราะถ้าหากว่าสามารถเข้าไปสู่ตลาดได้แล้ว จะทำให้มีโอกาสครอบครองตลาดได้สูง แล้วก็จะทำให้เราเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ค้ารายอื่น ที่จะเข้ามาในตลาดเดียวกันนั่นเอง

 

ยกตัวอย่าง

จากการที่ผมเองได้ไปฟังคลิปสัมภาษณ์จากช่อง Startyourway ที่ได้ไปสัมภาษณ์เจ้าของธุกิจแบรนด์  Native ได้ใจความที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มาว่า คุณบูม เขาได้เคยทำงานทางด้านนี้มาอยู่แล้ว และหลังจากออกจากงานประจำมา แล้วได้เริ่มต้นทำธุรกิจนี้ ก็ได้ใช้ประสบการณ์ และความชำนาญ ที่สั่งสมมาครั้งที่ยังทำงานอยู่ มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขาเอง จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ และสามารถทำยอดขายได้ จนธุรกิจประสบความสำเร็จ สามารถส่งออกไปขายได้ในต่างประเทศเลยทีเดียว ในเวลาที่ไม่นาน ซึ่งจากข้อนี้ทำให้เห็นเลยว่าหากคุณสามารถค้นพบตัวคุณเองว่ามีความถนัดอะไร แล้วผ่านประสบกาณ์กับด้านไหนมามาก ก็จะมีความได้เปรียบ แล้วก็จะสามารถสร้างธุรกิจ และทำมันได้อย่างดีกว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์แน่นอน

 

7. ใช้ประโยชน์จากกระแสต่าง ๆ ในช่วงที่เริ่มมีกระแส

    ในการใช้ประโยน์จากกระแสที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญเลย คือคุณจะต้องไว และไวกว่าคนอื่นด้วย เพราะการใช้ประโยชน์จากกระแสที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลอย่างมากกับธุรกิจที่จะเกิดขึ้นใหม่ หาเหตุเกิดจากการที่ผู้บริโภคกำลังมีแนวโน้มเริ่มที่จะสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ และเราก็จะต้องสร้างธุรกิจนั้นๆ ก่อนที่จะมีผู้อื่นทำก่อน เพื่อรองรับความสนใจต่อผู้บริโภค ที่มีควาสนใจสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในกระแสช่วงนั้นๆ  แล้วการใช้ประโยชน์จากข้อนี้ส่งผลดีต่อการทำ SEO (Search Engine Optimization) อย่างมาก เนื่องจากคุณก็จะเป็นเว็บไซต์แรกที่พูดถึงสินค้านี้ แล้วทำให้คุณสามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ ได้อย่างง่ายๆ โดยใช้เวลาไม่นานนั่นเอง

 


ข้อสรุป

    ใน 7 โอกาส ในการสร้างธุรกิจ ข้างต้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการจำแนกโอกาสแต่ละประเภท เพื่อให้เห็นมุมมองต่างๆ และเป็นการสร้างไอเดียที่ทำให้คุณสามารถมองโอกาสได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย และยังเป็นตัวช่วยในการหาสินค้า หรือบริการที่น่าสนใจ ในบทความต่อไป จะโฟกันไปที่ วิธีการหาแหล่งสินค้า หรือสถานที่ในการหาไอเดียสินค้าที่เป็น นิช โปรดัคซ์ (Niche Product)

 

เรื่องอื่นๆ