ถ่ายรูปสินค้า ให้ดูดี ควรมีเทคนิค

Panutsaya Amitpai
night-product-watch-dramatic-84475

การ ถ่ายรูปสินค้า ให้ดูดี สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ ในยุคนี้มีการค้าขายออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้มีคู่แข่งมากขึ้น นอกจากสินค้าของเราที่ต้องมีคุณภาพดี บรรจุภัณฑ์สวยงาม แม้แต่เรื่องราวให้ผู้บริโภคจดจำง่าย เรายังต้องอาศัยการนำเสนอในสื่อโซเซียลต่างๆ เพราะการสั่งซื้อของออนไลน์ผู้บริโภคไม่สามารถจับต้องสินค้าหรือเห็นสินค้าจริงได้ ต้องดูจากรูปภาพเป็นหลัก สิ่งนี้ก็มีผลทำให้เพิ่มมูลค่าสินค้าให้ยอดขายและความน่าสนใจมีมากขึ้น

การถ่ายรูปสินค้า ทำไมถึงสำคัญ ?

ภาพถ่ายสินค้าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ ในความเป็นจริงภาพถ่ายสินค้าถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจซื้อ มากกว่าราคาสินค้าหรือค่าจัดส่ง เพราะผู้บริโภคมักจะเลือกซื้อสินค้าที่คุณภาพมากกว่าราคาและค่าจัดส่งซะมากกว่าด้วยซ้ำ อีกทั้งยังสามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ว่ามีตรงไหนบ้างที่โดดเด่น มุมมองที่หลากหลายของสินค้าที่จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ ภาพสินค้าที่ดีควรจะแสดงรายละเอียดของสินค้าให้มีหลากหลายรูปแบบ และมุมมอง หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาการถ่ายรูปสินค้าอยู่ เรามีเทคนิคถ่ายรูปสินค้าดีๆ ให้สวย ให้ดูดี โดยไม่ต้องพึ่งสตูดิโอราคาแพงมาบอกกัน

เทคนิค ถ่ายรูปสินค้า ให้ดูดี

เทคนิคถ่ายรูปนี้สามารถใช้ได้ทั้งกล้องถ่ายภาพ และสมาร์ทโฟน หากผู้ประกอบการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปนั้นสิ่งที่สำคัญ คือ กล้องสมาร์ทโฟนควรมีความคมชัดเทียบเท่ากับกล้องถ่ายภาพ แต่

1.การจัดแสงที่ดีเพื่อขับสินค้าให้โดดเด่น

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นการถ่ายรูปสินค้าให้ออกมาดูดี เราควรที่จะจัดแสงให้เหมาะสมเพราะแสงสามารถขับตัวสินค้าให้มีความโดดเด่นและภาพมีมิติ มากขึ้น โดยแสงมี 2 แหล่งที่มา คือ

  • แสงธรรมชาติ  เช่น แสงอาทิตย์ ซึ่งแต่ละช่วงเวลาก็ให้แสงและเงาที่แตกต่างกัน
  • แสงประดิษฐ์ ไเช่นหลอดไฟ  แฟลช

สิ่งที่ควรทำ หากเราต้องการถ่ายรูปโดยใช้แสงธรรมชาติ ช่วงเวลาที่ดีในการถ่ายรูป คือประมาณ 7 – 9 โมงเช้า และ 4 – 6 โมงเย็น

สิ่งที่ไม่ควรทำ  ถ้าอยู่ในอาคารควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช เพราะจะทำให้เกิดเงาและแสงสะท้อนกับสินค้า แนะนำให้ใช้แสงสว่างแบบกระจายถึงจะเหมาะสม

2.พื้นหลังสีเรียบยิ่งทำให้สินค้าเด่น

การเลือกพื้นหลังที่จะมาใช้ถ่ายรูปสินค้าไม่ควรที่เป็นพื้นหลังลวดลาย หรือมีสิ่งที่จะไปแย่งจุดเด่นจากสินค้า ควรจะเป็นพื้นหลังที่เรียบๆจะทำให้สินค้าโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นพื้นหลังสีขาว สีดำ หรือจะใช้กระดาษแข็ง ผ้า นำมาเป็นพื้นหลังได้อีกเช่นกันบางคนอาจจะใช้ Light box (วิธีทำ Light box) แทนเพราะสะดวกและไม่ยุ่งยาก

3.สิ่งที่ควรโฟกัสในการถ่ายสินค้า

การถ่ายรูปสินค้าสิ่งที่ควรโฟกัสเลยก็คือ ยี่ห้อ ตัวสินค้า ไม่ควรให้ผู้บริโภคเห็นแล้วไปโฟกัสของตกแต่งอย่างอื่นที่มีในรูปภาพอันดับแรก

4.ระยะการถ่ายรูปสินค้า

ในการเสนอรูปสินค้าลงสื่อต่างๆจะต้องเสนอรูปสินค้าที่สามารถดูรายละเอียดต่างๆของสินค้าได้ เราจึงควรถ่ายสินค้าในระยะใกล้มากกว่าระยะใกล้ เช่น ผู้ประกอบการสินค้าประเภทเสื้อผ้าจะต้องถ่ายรูปสินค้าในระยะใกล้ เพื่อให้ผู้บริโภคดูรายละเอียดเนื้อผ้า และวัสดุที่ใช้ประกอบเสื้อผ้าได้ชัดเจน

5.สื่อให้เห็นถึงการใช้งานสินค้า

เราไม่ควรถ่ายรูปสินค้าที่เป็นลักษณะเดียวกัน ควรมีการนำไปประกอบใช้ในชีวิตจริงบ้าง เช่น ผู้ประกอบการขายรองเท้ามีการนำเสนอรูปโดยมีผู้หญิงใส่รองเท้ากำลังเดินอยู่ ซึ่งผู้บริโภคสามารถรู้ได้ว่าเราจะใส่แล้วเป็นแบบไหน สวยไหม เหมาะกับเรารึป่าว แต่ก็ควรทำให้เป็นธรรมชาติไม่ดูตั้งใจทำจนเกินไป

6.ของตกแต่งบอกเล่าเรื่องราวสินค้า

การใช้ของตกแต่งควรเป็นสิ่งของหรือวัสดุที่เกี่ยวกับสินค้า นั่นทำให้มีการเล่าเรื่องราวของสินค้าในการเสนอรูปได้ดียิ่งขึ้น เช่น ผู้ประกอบการทำเทียนหอมที่มาจากไขถั่วเหลือง เราสามารถนำเมล็ดถั่วเหลืองมาใช้เป็นพร็อพตกแต่งรูปได้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวว่าเทียนหอมทำมาจากไขถั่วเหลือง

7.มุมมองที่หลากหลายเพื่อความแปลกใหม่

ปกติเรามักจะคุ้นชินกับการถ่ายรูปมุมเดิมๆ  เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามุมไหนเป็นมุมที่ถ่ายออกมาแล้วดูดี แต่ถ้าเราหามุมแปลกๆที่แตกต่างออกไป เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี คุณอาจจะลองเดินเล่นรอบตัวสินค้าๆ พร้อมกับลองปรับการถ่ายระยะใกล้และไกลเพื่อมองหาจุดที่แปลกใหม่ในการบอกเล่าเรื่องราวได้

8.ขาตั้งกล้องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ในการถ่ายรูป หากมีการสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้รูปออกมาเบลอได้ นอกจากนี้ขาตั้งกล้องยังสามารถช่วยให้เราสามารถเข้าใกล้ในส่วนของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆสินค้าได้มากขึ้น ขาตั้งกล้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป

9. ไม่ควรจัดสินค้าลักษณะเดียวกันทั้งหมด

ไม่ควรถ่ายรูปสินค้าที่เป็นชนิดเดียวกันและสีเดียวกันทั้งหมด ต้องมีความหลากหลายของสีจะทำให้สินค้ายิ่งดูดีขึ้น มีเสน่ห์มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายอีกด้วย

10.เพิ่มเอกลักษณ์ของรูปด้วยโปรแกรมแต่งภาพ

การที่รูปนำเสนอสินค้าของเรานั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคจดจำรูปนำเสนอสินค้าของเราได้ง่ายแล้ว ยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวของเราเองในสินค้าของเรา  รวมไปถึงแนวคิด รสนิยมด้วย

สรุป

ภาพถ่ายสินค้าถือเป็นกุญแจในการขายสินค้า เพราะเรามักจะมองสิ่งต่างๆจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อนเสมอ และการถ่ายรูปสินค้าให้ดูดีนั้นไม่จำเป็นต้องใช้กล้องถ่ายรูปราคาแพง เพียงเรารู้เทคนิคต่างๆในการถ่ายรูป การดึงจุดเด่นของรูปออกมา การจัดวางแสงเพื่อให้ภาพดูมีมิติ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทั้งนั้น นอกจากการถ่ายรูปสินค้าจะเพิ่มมูลค่าสินค้าและดึงดูดลูกค้าให้สนใจสินค้าของเรามากขึ้น ยังมีบรรจุภัณฑ์อีกหนึ่งอย่างที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้กับเรา

 

เรื่องอื่นๆ