"การลงทุน LTF " คือ ? สิ่งที่ควรรู้ก่อนการลงทุน

Panutsaya Amitpai
calculator-calculation-insurance-finance-53621

การลงทุน LTF  ถือเป็นการลงทุนที่อยู่หนึ่งในการวางแผนทางการเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายภาษีเลยก็ได้ว่าค่ะ เพราะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษีเราไม่ควรละเลย หากเราวางแผนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายภาษีให้ดีจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายภาษีได้ และที่ดีไปกว่านั้นคือเราสามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายภาษีให้เป็นเงินออมได้ค่ะ โดยสืบเนื่องมาจากบทความที่แล้ว เราได้กล่าวถึง การลงทุนเบื้องต้นประเภทต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง ในบทความนี้เราเลยอยากจะให้ทุกคนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน LTF ก่อนที่จะเลือกลงทุนกันค่ะ ว่า LTF คืออะไรและสิ่งที่เราควรรู้ก่อนที่จะลงทุนมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่มากขึ้นและการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ดังนั้นหากเรารู้ความหมายและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนการลงทุนก็จะสามารถทำให้เรามีการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงนั่นเอง

การลงทุน LTF คือ ..

” LTF ” ย่อมาจาก Long-Term Equity Fund หรืออีกที่ชื่อหนึ่งที่เรารู้จักกันก็คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว จะเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก โดยเราจะต้องลงทุนในหุ้นนั้นเป็นมากกว่าหรือเท่ากับ 65% จาก 100% และอีก 35% หรือที่เหลือเราสามารถนำไปลงทุนกับสินทรัพย์ทางเลือกอื่นได้ๆ โดยมีจุดประสงค์ในการออมหรือลงทุนในระยะยาวเพื่อความมั่นคงในอนาคต รวมไปถึงการวางแผนทางการเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายภาษี และยังสามารถทำให้ตลาดทุนไทยมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วยค่ะ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะเลือกลงทุน LTF

1.ทำความรู้จักตัวเองให้ดีก่อน

การทำความรู้จักกับตัวเองให้ดีก่อนนั้นถือเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่เราจะเลือกประเภทการลงทุน ว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับเราค่ะ เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอย่างไร มีเงินเก็บเท่าไหร่ และอยากมีเงินเก็บเท่าไหร่ในอนาคต ที่สำคัญเราควรจะตระหนักถึงลักษณะการใช้ชีวิตของเราด้วยค่ะว่าเหมาะสมกับการลงทุนประเภทไหน ตอนนี้เรามีลูกมีครอบครัวไหม หรือว่าคุณอาศัยอยู่คนเดียวไม่คิดที่จะมีครอบครัว จะทำให้เรารู้ว่าเหมาะกับการลงทุนแบบไหน และเรารับความเสี่ยงที่จะตามมาในอนาคตได้รึเปล่านั่นเองค่ะ ดยการลงทุน LTF จะเหมาะกับบุคคลที่ต้องการจะลงทุนในหุ้นระยะยาว แต่อาจจะไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิดค่ะ

2.ทำความรู้จักกับกองทุน

สิ่งที่สำคัญต่อมาคือเราต้องทำความรู้จักกับกองทุนให้ดีก่อนที่จะลงทุนค่ะ เราควรที่จะศึกษากองทุนแต่ละกองทุนให้ดีก่อน คุณอาจจะเลือกกองทุนที่ดูแล้วถูกใจมากเก็บไว้เป็นทางเลือกของคุณ แล้วค่อยนำกองทุนแต่ละกองทุนที่คุณเลือกมาศึกษาว่ากองทุนที่เราเลือกนั้นสามารถให้ผลตอบแทนเราได้อย่างที่เราพอใจไหมและความเสี่ยงที่ตามมาแล้วสามารถรับได้ไหม และที่สำคัญคือสไตล์การลงทุนแต่ละบลจ. (บลจ. = บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) ว่าในการแก้ปัญหาแต่ละปัญหา หรือว่าการซื้อขายนั้น อย่างเราชอบการลงทุนแบบที่มีความแน่นอนมั่นคงก็สามารถเลือกได้ว่าแต่ละบลจ.นั้นมีนโยบายทางการเงินหรือการจัดการความเสี่ยงเป็นอย่างไร เหมาะกับเราไหม

3.เงื่อนไขในการซื้อขาย

  • ต้องซื้อและถือหน่วยลงทุนมากกว่า 5 ปฏิทิน เช่น เราลงทุนในปี 2557 จะครบเงื่อนไขก็ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2561 พูดง่ายๆคือเหมือนเราเปลี่ยนปฏิทินแต่ละปีนั่นเองค่ะ นับเป็น 1 ปฏิทินก็ 1 ปี
  • ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง ในระหว่างปีเลือกลงทุนกี่ครั้งก็ได้ และไม่จำเป็นต้องลงทุนเท่ากันในแต่ละปี 
  • สามารถซื้อ LTF ได้สูงสุด 15% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาท
  • การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกาหนด 5 ปีปฏิทินถือว่าเป็นการทำผิดเงื่อนไข โดยหากทำผิดเงื่อนไขจะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปและต้องจ่ายเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนทันทีที่ผิดเงื่อนไข ( โดยจะนับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงเดือนที่ผู้ลงทุนจะยื่นภาษี ) และจะต้องจ่ายภาษีสำหรับกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนด้วยค่ะ

4.สิทธิประโยชน์ทางภาษี

หากคุณปฏิบัติเงื่อนไขตาม LTF แล้วนั้น จะได้รับสิทธิประโยชน์จากภาษี 2 ทางด้วยกันค่ะ

  • สามารถนำมาลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีนั้นและไม่เกิน 500,000 บาท
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ยกเว้นแต่หากมีการลงทุนเกิน 15% ของเงินได้หรือเกิน 500,000 บาท จะต้องนำกำไรที่ได้นับจากการขายคืนหน่วยลงทุนจะนับเฉพาะเงินลงทุนที่ส่วนเกินเพื่อไปคิดคำนวณเสียภาษีบุคคลเงินได้ธรรมดา

5.เงินปันผลจาก LTF ต้องเสียภาษี

จากข้อ 4 ที่เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้นจะเห็นว่ากำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนมีการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่เงินปันผลจาก LTF นั้นจะต้องมีการเสียภาษีเงินได้ โดยเราสามารถเลือกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% หรือเลือกที่จะไม่หัก ณ ที่จ่าย แต่จะนำมายื่นเสียภาษีทีเดียวเลยก็ได้

แล้วจะซื้อ LTF ยังไง ?

1.เตรียมเอกสารสำหรับไปเปิดบัญชี

เราสามารถเข้าไปดูเอกสารที่จะต้องเตรียมไปได้ที่เว็บไซต์ของ บลจ.ที่เราสนใจได้เลยค่ะ โดยปกติแล้วมักจะใช้บัตรประชาชน และสำเนาหน้าแรกของสมุดธนาคาร กันค่ะ เราไม่จำเป็นต้องมีสมุดธนาคารของบลจ.ที่เราจะไปซื้อกองทุนก็ได้ค่ะ แต่อาจจะมีบางธนาคารที่กำหนดว่าจะต้องใช้บัญชีของธนาคารโดยเฉพาะด้วยค่ะ

2.เปิดบัญชีกองทุน

เมื่อเราเตรียมเอกสารครบแล้วเราก็สามารถนำเอกสารเดินทางไปเปิดบัญชีกองทุนได้ที่ บลจ. หรือ ธนาคารที่ดูแลกองทุนนั้นได้เลยค่ะ หรือหากใครไม่สะดวกที่จะเดินทางไปทำด้วยตนเองสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆที่ใช้ในการเปิดบัญชีกองทุนได้จากเว็บไซต์ของ บลจ. ทั้งหมดและนำส่งไปรษณีย์ก็ได้เช่นกันค่ะ

3.ซื้อกองทุน

เมื่อเราได้เปิดบัญชีกองทุนแล้วเราสามารถดำเนินการซื้อกองทุนได้เลย หรือบางท่านอาจจะมาเปิดแต่บัญชีไว้ก่อนก็สามารถซื้อได้ภายหลังโดยในขั้นตอนการเปิดบัญชีกองทุนนั้นจะให้มีการทำใบคำขอใช้บริการธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต คุณจะได้รับ username และ password มา คุณสามารถเข้าไปซื้อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ โดยธนาคารจะหักเงินจากบัญชีของคุณ และอย่าลืมตรวจสอบด้วยนะคะว่าแต่ละกองทุนนั้นสามารถซื้อครั้งแรกและครั้งต่อไปขั้นต่ำได้เท่าไหร่

 

สรุป

การลงทุนใน LTF นั้นถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างความมั่นคงในระยะยาว และการประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษี ก่อนที่เราจะเลือกลงทุนใน LTF เราควรจะรู้เป้าหมายการเงินของเรา รู้จักกองทุนต่างๆก่อนที่เราจะเลือกลงทุน เงื่อนไขต่างๆในการซื้อขาย LTF การได้รับเงินปันผล การจ่ายภาษี การลดหย่อนภาษีว่ามีอะไรบ้างที่สามารถนำไปลดหย่อนได้และอะไรที่ไม่ได้ และที่สำคัญเลยในการซื้อ LTF นั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่ทุกคนคิดกันค่ะ

หากมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของ RMF ด้วย สามารถคลิกเพื่ออ่านต่อได้เลยค่ะ

 

 

เรื่องอื่นๆ