" การลงทุนในหุ้น " คือ ? สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นหุ้น

Panutsaya Amitpai
pexels-photo-590011
  • ความหมายของการลงทุนในหุ้น

  • หุ้นคืออะไร ..

  • สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นหุ้น

  • วิธีการเปิดพอร์ตหุ้น


การลงทุนในหุ้น ในยุคนี้ถือว่าเป็นการลงทุนที่ใครหลายๆคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเลย เพราะการเล่นหุ้นนั่นเป็นการลงทุนประเภทหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนหรือกำไรได้ดี บางท่านเห็นบุคคลใกล้ตัวเล่นแล้วได้ผลตอบแทนที่เยอะมากจนน่าตกใจ จนหลงลืมไปว่าการลงทุนในหุ้นนั่นก็สามารถทำให้เราขาดทุนได้มากเช่นเดียวกันค่ะ ด้วยความที่การลงทุนในหุ้นเป็นที่นิยมมากอย่างแพร่หลาย เราจึงอยากจะมาแนะนำสิ่งที่ควรรู้ก่อนการลงทุน และวิธีการเปิดพอร์ตหุ้นกันค่ะ เพื่อที่จะให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นได้มากขึ้น โดยเราได้อ้างอิงมาจากหนังสือเริ่มต้นซื้อหุ้นออนไลน์ ของอาจารย์จิรัฎฐ์ หิรัญปภาพิศุทธิ์ ที่เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี่ค่ะ

การลงทุนในหุ้น คือ ..

เท่าที่ทุกคนรู้ว่าการลงทุนในหุ้นนั่นก็คือ การซื้อหุ้นตัวที่เราคิดว่าสามารถให้ผลตอบแทนในอนาคตได้ดีและคอยดูวิเคราะห์กราฟวิเคราะห์งบ ตามข่าวเศรษฐกิจต่างๆว่ามีผลกระทบต่อหุ้นเราไหม และเรายังต้องรู้จุดประสงค์ของเราก่อนว่าเราเล่นหุ้นในระยะสั้น ระยะกลาง หรือว่าระยะยาว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจให้เราซื้อขายหุ้นต่างๆด้วยค่ะ

หุ้น คืออะไร ..

” หุ้น “ หรืออีกชื่อหนึ่งที่เป็นทางการคือ ” ตราสารทุน “ เป็นหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่เราลงทุนในหุ้นของบริษัทใด เราก็จะมีสถานะเป็นเจ้าของบริษัทนั้นตามสัดส่วนหุ้นที่ตนเองมีอยู่ค่ะ ถ้าเป็นความหมายตามพจนานุกรมคือหน่วยลงทุนแต่ละหน่วยที่มีมูลค่าเท่าๆกัน ซึ่งรวมกันเป็นทุนเรืองหุ้นของบริษัทจำกัด โดยหุ้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกันค่ะ คือ

  • หุ้นสามัญ

หุ้นสามัญจะเหมือนหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั่วไปเลยค่ะ เพียงแต่ว่าหากเราเป็นผู้ถือหุ้นเรามีสิทธิ์ในการออกเสียงโหวตในบริษัทค่ะ โดยการโหวตจะยึดหลักตามประชาธิปไตย

  • หุ้นบุริมสิทธิ์

หุ้นบุริมสิทธิ์จะแตกต่างจากหุ้นสามัญ คือ เราไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นข้อเสียของหุ้นประเภทนี้เลยซะทีเดียว โดยหุ้นนี้จะได้รับสิทธิพิเศษคือจะได้รับเงินปันผลตามที่กำหนดไว้ก่อนหุ้นสามัญค่ะ

ในประเทศไทยส่วนใหญ่คำว่า ” หุ้น ” มักจะหมายถึง หุ้นสามัญ เนื่องจากหุ้นบุริมสิทธิ์ไม่ค่อยพบในบริษัทจดทะเบียนในไทยมากนักเพราะจะทำให้ต้นทุนเงินของบริษัทสูงขึ้น

สิ่งที่ควรรู้ก่อนการลงทุนในหุ้น

1. โบรกเกอร์  ไม่ใช่ คนที่แนะนำการลงทุน

ใครหลายๆคนมักจะคิดว่าโบรกเกอร์เป็นคนที่ค่อยให้คำแนะนำการลงทุนใช่ไหมคะ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย โบรกเกอร์นั่นคือ บริษัทหลักทรัพย์ เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นนายหน้าค้าหุ้นค่ะ ซึ่งนักลงทุนนั้นจะต้องซื้อ-ขายหุ้นผ่านโบรกเกอร์หรือนายหน้าค้าหุ้นที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ( คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ) เท่านั้นค่ะ และนอกจากนี้โบรกเกอร์ยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบดูแลนักลงทุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เปิดบัญชีจนกระทั่งส่งมอบหลักทรัพย์เลยค่ะ

2.Marketing คนที่จะใกล้ชิดกับเรามากที่สุด

Marketing หรือ เจ้าหน้าที่การตลาดจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุดค่ะ เพราะจะมีหน้าที่ช่วยให้คำแนะนำ ส่งข่าวสารด้านการลงทุน จนไปถึงการตอบคำถามต่างๆ เปรียบเสมือนผู้จัดการส่วนตัวด้านการลงทุนเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเราจะมีเจ้าหน้าที่การตลาดก็ต่อเมื่อเราไปเปิดบัญชีกับ บล.(บริษัทหลักทรัพย์) ซึ่งเขาจะให้เราเลือกเจ้าหน้าที่การตลาดค่ะ แต่เราก็จะต้องทำใจในจุดที่ว่า เจ้าหน้าที่นั่นไม่ได้ดูแลเราเพียงคนเดียวเวลามีปัญหาอะไรเราควรที่จะมีความรู้ด้านการลงทุนและการซื้อขายหุ้นด้วยตัวเราเองในระดับหนึ่งด้วยค่ะ ถ้าหากเราไม่พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่การตลาดเราสามารถโทรไปแจ้งที่โบรกเกอร์เพื่อเปลี่ยนคนใหม่ได้เลยค่ะ

3.ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั่นมีด้วยกัน 2 ทางค่ะ

  • เงินปันผล

เงินปันผลที่เราจะได้รับนั้นมาจากบริษัทดำเนินกิจการแล้วได้กำไรกลับมานั่นเองค่ะ โดยปกติผลตอบแทนจะอยู่ที่ 3-5% ต่อปีโดยเฉลี่ย อาจจะมีบางบริษัทที่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้ได้เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทไม่ค่อยดี และที่สำคัญคือเงินปันผลที่เราได้มาต้องนำไปหักภาษี ณ ที่จ่ายอีกด้วย ซึ่งจะหักกี่เปอร์เซนต์นั้นจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของบริษัทที่เราเลือกลงทุนค่ะ และเรายังสามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนได้ตอนยื่นภาษีประจำปีค่ะ

  • กำไร

กำไรในที่นี่คือกำไรจากส่วนต่างราคาค่ะ เช่น เราซื้อหุ้นมาในราคาหุ้นละ 20 บาท ต่อมามีผลกระทบทำให้ราคาหุ้นนั่นสูงขึ้นเป็น 25 บาท และเราขายหุ้นไป เราจะได้กำไรจากหุ้นนั่นหุ้นละ 5 บาท โดยที่ไม่ต้องหักภาษีเลยค่ะซึ่งในประเทศไทยนั้นจะเป็นข้อยกเว้นแต่หากเป็นต่างประเทศก็จะนำส่วนต่างนี่ไปคิดภาษีด้วยค่ะ

4.ต้องมีความรู้ด้านไหนบ้าง

การลงทุนในหุ้นเบื้องต้นจะต้องมีความรู้ 4 อย่างด้วยกันค่ะ

  • กติกาและระบบการเล่นหุ้น

กติกาและระบบการเล่นหุ้นในที่นี่คือเป็นคำสั่งต่างๆในการซื้อขายหุ้นนะคะ โดยกติกาและระบบจะเป็นโปรแกรมที่ทางตลาดหลักทรัพย์และโบรกเกอร์ได้เตรียมเอาไว้ ซึ่งโปรแกรมที่นิยมก็คือ Streaming ค่ะ จะมีทั้งผ่านระบบคอมพิวเตอร์และเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับซื้อขายหุ้นผ่านมือถือ

  • คณิตศาสตร์เบื้องต้น

แค่ บวก ลบ คูณ หาร เท่านั้นค่ะ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์งบการเงินของบริษัท

  • งบการเงิน

งบการเงินเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจเพิ่ม เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้เราสามารถเลือกและตัดสินใจลงทุนหุ้นต่างๆได้ด้วยตัวเองค่ะ

  • หลักในการวิเคราะห์หุ้น

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเรียนรู้และศึกษาก่อนจะลงทุนในหุ้นค่ะ โดยจะมี 2 หลักการ คือ การดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทและการวิเคราะห์ราคาหุ้นจากกราฟ 2 หลักการนี้เหมือนเป็นจิตวิทยาในการลงทุนของเราเลยค่ะ แนวคิดสไตล์การลงทุนก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคลค่ะ

5.มีเงินกี่บาทถึงจะเล่นได้

ต้องมีเงิน 5,000 บาทขั้นต่ำค่ะถึงจะเปิดบัญชีเล่นหุ้นออนไลน์ได้ เป็นขั้นต่ำที่ค่อนข้างที่จะสูงเลยค่ะทั้งสำหรับตัวเราและใครหลายๆคนด้วย เราแนะนำให้ออมเงินมาเปิดบัญชีเล่นหุ้นมากกว่าจะไปกู้ยืมมานะคะ โดยเริ่มแรกอาจจะเริ่มทีละน้อยๆ พอเราเริ่มคล่องแล้วค่อยลงทุนในระดับที่สูงขึ้นไปอีกเพื่อให้เห็นผลกำไรที่ชัดมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

แล้วจะ “เปิดพอร์ตหุ้น” ยังไง ?

1.เตรียมเอกสารสำหรับการเปิดพอร์ต

ขั้นตอนแรกเลยก่อนที่จะไปเปิดพอร์ตคือการเตรียมเอกสารค่ะ โดยการยื่นหลักฐานเพื่อเปิดพอร์ตนั้นมี 3 สิ่งด้วยกันค่ะ

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก พร้อมกับ รายการย้อนหลัง 6 เดือน
  • สลิปเงินเดือน (ถ้ามี)

ปล.นักลงทุนจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปนะคะถึงจะเปิดพอร์ตเองได้ หากน้อยกว่า 20 ต้องมีผู้ปกครองมาเซ็นรับรองยินยอมด้วยค่ะ

2.ส่งเอกสารทางปณ./ เดินทางไปที่โบรกเกอร์

ตามหัวข้อเลยค่ะหากเราไม่สะดวกเดินทางไปที่โบรกเกอร์ เราสามารถเข้าไปกรอกใบสมัครในเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ และพิมพ์เอกสารนั้นมา กรอกรายละเอียดต่างๆพร้อมกับเซ็นชื่อค่ะ และส่งไปปณ.หรือใครที่สะดวกก็สามารถเดินทางไปตามที่อยู่ของโบรกเกอร์นั้นๆได้ค่ะ

3.รอผลอนุมัติเปิดบัญชี

พอเรายื่นหลักฐานเอกสารต่างๆแล้ว ก็เป็นการรอค่ะ โดยอาจจะใช้เวลา 1-2 วัน หรือ 1-2 สัปดาห์ โบรกเกอร์ก็จะส่งเลขบัญชีหรือว่า username และ password ในการซื้อขายหุ้นมาให้เราค่ะ และทำการล็อคอินในโปรแกรม Streaming แล้วเริ่มซื้อขายหุ้นได้เลยค่ะ


สรุป

การลงทุนในหุ้นหรือว่าการเล่นหุ้นนั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะการเคลื่อนไหวในตลาดนั้นเป็นการคาดเดาได้ยาก เราจึงอยากให้คนที่ลงทุนในหุ้นหรือสนใจในการเล่นหุ้นมีการศึกษาและเข้าใจการลงทุนในหุ้นให้ละเอียดและรอบคอบเพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นขาดทุนจนก่อหนี้ให้แก่ตนเองและผู้อื่นนะคะ ถ้าหากใครที่สนใจการลงทุนประเภทอื่นๆที่สามารถเพิ่มความมั่นคงให้กับตนเองในระยะยาวทางเราก็ขอแนะนำการลงทุน RMF และการลงทุน LTF ไว้ให้เป็นทางเลือกในการลงทุนของคุณอีกช่องทางหนึ่งค่ะ

 

 

เรื่องอื่นๆ